เป้าหมายของบทความนี้คือ

กระตุ้นหรือชวนคนที่มีเวลาว่างๆ ที่ไม่เคยล้างรถด้วยตนเอง หรือเคยล้างแต่นานมาแล้ว มาลองล้างรถด้วย
ตัวคุณเอง คุณจะพบอะไรบางอย่างจากกิจกรรมนี้ ที่ผมจะบอกคุณในบทความนี้

ทำไมต้องล้างรถด้วยตัวเอง? อธิบายเป็นข้อๆมาหน่อยสิ

เนื่องจากอาจมีข้อสงสัยว่าทำไมต้องล้างรถด้วยตัวเอง มันจำเป็นด้วยหรอ แล้วการล้างรถด้วยตนเองมันดีกว่า
เข้าคาร์แคร์ตรงไหน ผมจะลองอธิบายเหตุผลเป็นข้อๆ แล้วคุณลองพิจารณาดูว่าเป็นเหตุผลที่ใช้ได้หรือไม่
นะครับ

  1.  ถ้าคุณมีเวลาว่าง อยู่บ้านเซ็งๆ แล้วดันมีรถส่วนตัวสักคันสองคัน คุณควรเอาเวลาเซ็งๆนี้แหละ มาล้างรถ
    เลยครับ อย่างน้อยก็เป็นการฆ่าเวลาแบบมีประโยชน์
    .
  2. ประหยัดค่าใช้จ่าย ถ้าคุณเป็นคนชอบล้างรถมากๆ เข้าคาร์แคร์ทีเสียเป็นบาน คุณควรหัดล้างรถด้วยตัวเอง บ้างก็ดีนะครับ ลองคำนวณค่าใช้จ่ายเปรียบเทียบกัน ล้างเองประหยัดกว่าเห็นๆ
    .
  3. การล้างรถถือว่าเป็นการตรวจสอบสภาพรถไปในตัวครับ รอยขีดข่วนเล็กๆน้อย รอยฉี่หมาตรงล้อ รอยเล็บ หมาแมวตามรอบคัน มันจะทำให้คุณระวังมากขึ้นครับ
    .
  4. การล้างรถเองจะทำให้คุณรักรถมากขึ้นกว่าเดิม คุณจะขับรถอย่างระมัดระวังจากอุบัติเหตุ เปรียบเทียบก็ เหมือนกับการเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง กับให้คนอื่นเลี้ยงครับยังไงยังงั้นเลยครับ
    .
  5. มีเวลาใส่ใจรายละเอียดเท่าที่คุณต้องการ ถ้าต้องการสะอาดมากๆ คุณก็แค่ให้เวลามากขึ้น ในระหว่างล้าง รถคุณอาจจะเปิดเพลง ฟังวิทยุเบาๆ ไปด้วยก็ได้ จะทำให้คุณอารมณ์ดีขึ้นได้ครับ
    .
  6. ถ้าคุณอ้างว่าอุปกรณ์ไม่พร้อม น้ำไม่แรง สายยางชอบพับ และเก็บยาก ถ้าคุณพร้อมทุกอย่างขนาดนั้นผม ว่าคุณไปเปิดร้านคาร์แคร์เลยครับ อุปกรณ์ก็หาเท่าที่มีครับ อาจต้องลงทุนอะไรบ้างนิดหน่อยตอนแรกๆ เช่น สายยาง แชมพูล้างรถ และผ้าเช็ดดีๆหน่อย
    .
  7. การล้างรถจะช่วยทำให้คุณออกกำลังกายโดยไม่รู้ตัว ข้อนี้ไม่ต้องอธิบายมากครับเห็นๆกันอยู่
    .
  8. ถ้าบ้านใครมีเครื่องดูดฝุ่น สามารถเอามาดูดฝุ่นภายในรถได้ครับ ดีไม่ดีดูดได้สะอาดมากกว่าคาร์แคร์ทำ เสียอีก
    .
  9. ถ้าหากต้องการลงทุนอีกสักหน่อยให้เทียบเท่าคาร์แคร์ไปเลย คุณก็ลงทุนซื้อน้ำยาเคลือบเงามาลงเวลาล้าง เสร็จแล้วนะครับ

 

เห็นไหมครับว่า เหตุผลที่ทำไมคุณต้องล้างรถเอง ทีนี้ลองมาดูข้อเสียบ้างนะครับ

  1. อาจล้างไม่สะอาดเพราะน้ำไม่แรง และคุณไม่มีเวลามากพอขนาดนั้น
  2. กินเวลาสำหรับนักธุรกิจที่เวลาเป็นเงินเป็นทองไปหมด ถ้าธุรกิจรัดตัวขนาดนั้นผมว่าให้คาร์แคร์จัดการเถอะครับ
  3. เสียค่าน้ำ ค่าไฟเพิ่ม

ปกติแล้วก่อนหน้านี้ผมเป็นคนชอบเอารถเข้าคาร์แคร์อยู่บ่อยๆ จริงๆแล้วผมไม่ได้มีปัญหากับร้านคาร์แคร์นะครับ เขาล้างได้ดี สะอาดทุกจุด แต่เราต้องเสียเวลาออกไปรับรถ ส่งรถ และเสียเงินค่าบริการครั้งละ 150-200 บาท สำหรับรถเก๋งนะครับ เดือนหนึ่งก็จะล้างอยู่ประมาณ 2 ครั้ง คิดไปตกประมาณ 300-400 บาท หนึ่งปีก็ประมาณ 3600-4800 บาทโดยเฉลี่ย

มาพักหลังๆ ผมก็เริ่มอยากเปลี่ยนไอเดียมาลองล้างเองบ้างครับ ผมลงทุนหาซื้อสายยางอย่างดีไม่พับง่าย และม้วนเก็บได้สะดวก และผ้าเช็ดรถอย่างดี ซับน้ำได้ดีเวลาเช็ดตอนแห้ง ตอนไปคาร์แคร์ก็ถามเขาว่าใช้ผ้าอะไร ผมลงทุนไปประมาณ 1500 บาท สำหรับสายยาง แชมพู ผ้าเช็ด และยอมเสียสละเวลาตัวเอง เดือนละประมาณ 2 ครั้งหรือมากกว่านั้นตามความพอใจ เพื่อล้างรถตัวเอง มาประมาณ 6 เดือนแล้วครับรู้สึกสนุกดีก็เลยอยากเขียนบทความบอกเล่าเรื่องราว

จะว่าไม่เข้าคาร์แคร์เลยก็ไม่ใช่ครับ นานๆทีจะเอาเข้าครั้งหนึ่ง หรือเลือกใช้วิธีเข้าตรวจสภาพรถตามระยะ เราสั่งให้เขาล้างชุดใหญ่เลยก็ได้ครับ

การล้างรถด้วยตัวเองนี้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะครับ และรู้สึกผูกพันธ์กับรถมากขึ้นด้วยครับ

สายยางที่ผมลงทุนซื้อมาจากห้างดูโฮมใกล้บ้านราคาพันกว่าบาท ความยาว 15 เมตร สามารถลากไปล้างได้ระยะไกลๆ ได้ หรือล้างพร้อมกัน 2 คันไปเลยก็ยังได้ครับ ทีเด็ดของสายยางนี้คือ มันสามารถถอดหัวออกได้เพื่อหยุดการไหลของน้ำไว้ชั่วคราวเป็นการประหยัดน้ำสุดๆ คุณคงเบื่อหน่ายเวลาที่น้ำไหลตลอดเวลาใช่ไหมครับ เพราะถ้าต้องการปิดคุณต้องเดินไปเดินมาปิดที่ก๊อกน้ำ แต่สายยางชุดนี้ไม่ต้องครับ เปิดที่ปลายได้เลยเจ๋งสุดๆ ทำให้เราอยากล้างรถขึ้นไปอีกใช่ไหมครับ

วันนี้ผมก็เลยอยากแชร์ประสบการณ์ล้างรถบนบทความนี้ เพื่อชวนให้คนที่ยังไม่เคยล้างด้วยตนเอง หรือเคยล้างมานานแล้ว ลองหันมาล้างรถด้วยตัวคุณเอง แล้วมันจะสนุกกว่าที่คุณคิดครับ

 

Leave a Reply