ประสบการณ์ของผมบวชเป็นพระ ณ วัดบุปผาราม จ.สกลนคร

IMG_0022

ครอบครัวจากศรีกระนวนวิทยาคม มาให้กำลังใจครับ

IMG_0031

พ่อกับแม่ ผู้ให้กำเนิดขึ้นแห่บนรถด้วย

IMG_0098

ญาติพี่น้องผมก็เยอะนะครับ

IMG_0191

เข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดศรีบุญเรือง คำตากล้า

ครั้งแรกในชีวิต ของการเป็นพระ

“ครั้งหนึ่งในชีวิตของลูกผู้ชายเรา ต้องอุปสมบทเพื่อตอบแทนพระคุณของพ่อแม่ให้ได้” นี่เป็นคำกล่าวที่ใครๆก็รู้ดี วันนี้ผมได้ทำตามคำกล่าวที่ว่านี้สำเร็จไปได้ด้วยดีแล้วครับ หากแต่ว่ามีเวลาอยู่ในผ้าเหลืองเพียง 15 วันเท่านั้น แต่ 15 วันนี้เป็นวันที่ทรงคุณค่าที่ผมจะไม่มีวันลืม เพราะประสบการณ์ที่ได้ทำให้ผมเปลี่ยนแปลงความคิดหลายอย่างมาก

การเป็นพระนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนคิดกัน เพราะพระสงฆ์มีหน้าที่สืบทอดพระพุทธศาสนา และอยู่ในพระวินัยที่พระพุทธเจ้าบัญญัติขึ้น อันที่จริงแล้วผมไม่รู้ทุกข้อหรอกครับ เพียงเวลาสั้นๆนี้ แต่ผมก็พยายามให้อยู่ในอาการสำรวมไว้ก่อนเป็นพอ และปฏิบัติตามเจ้าอาวาสที่สั่งสอนให้เต็มความสามารถ

ที่วัดบุปผาราม มีเจ้าอาวาส ชื่อ หลวงปู่คำมี เพียงรูปเดียวเท่านั้น ถ้ารวมผมด้วยก็นับเป็น 2 รูป แต่ช่วงนั้นมีแม่ชีมาบวชที่วัด 2 คน รวมเป็น 4 ทุกเย็น เจ้าอาวาสจะพาแม่ชี และญาติโยมที่มีจิตศรัทธาประมาณ 5-10 คน ทำวัตรเย็น สวดมนต์ไหว้พระ ประมาณ 1 ถึง 2 ชั่วโมง แล้วนั่งสมาธิ ช่วงแรกๆ ผมนั่งสมาธิได้ไม่นาน เพราะปกตินั่งไม่ได้เลยก็ว่าได้ แต่หลวงปู่นั่งได้นานมาก บางครั้งบอกว่าถึงเช้าเป็นเวลาหลายวันติดต่อกัน ทำให้ผมเกิดความศรัทธาในหลวงปู่ขึ้นมาทันที จนกระทั่งวันสุดท้ายผมพยายามนั่งสมาธิกับท่านให้ถึงเช้าจนได้

กิจวัตรประจำวันของผมทำอะไรบ้าง

ในช่วงเช้ามืดของทุกวัน ผมตื่นตี 4 ทำวัตรเช้า สวดมนต์ 1.5 ชั่วโมง ถึงประมาณ ตี 5 ครึ่ง กลับไปอาบน้ำที่กุฎิ ถึง 6 โมง ออกบิณฑบาตรเช้า เดินไปเรื่อยๆ ประมาณ 4-5 กิโลเมตร จนสาย แต่ทุกวันจะมีรถไปรับมาไม่งั้นคงเดินกลับถึงวัด 9 โมงกันพอดี

กลับมาฉันอาหารเช้า หลวงปู่ ฉันในบาตรและส่วนมากฉันเพียงมื้อเดียวเท่านั้น แต่ผมยังไม่ชิน ผมก็เลยฉันในฝาบาตรแทน ตักอาหารหลายๆ อย่างวางในเป็นกลุ่มๆ แล้วก็ฉัน หลังจากอิ่มแล้วเก็บไว้ในบาตรฉันเพลด้วย ฉันมื้อเดียวเหมือนหลวงปู่คงไม่ไหว ท้องยังไม่ชิน

ตอนสายๆ ก็กวาดวัดบ้าง อ่านหนังสือบ้าง นอนบ้าง หรือบางวันก็ออกไปธุระหรือกิจนิมนต์กับหลวงปู่บ้าง

ผมบวชเป็นเวลา 15 วัน ได้กิจนิมนต์ เก็บกระดูกผู้วายชนต์ สวดบังสกุล สวดงานศพ ไปงานสมโพชพัตรยศ ไปบุญพเวชสันดร ช่วงนั้นงานเยอะมาก เพราะเป็นช่วงสงกรานต์พอดี

บทสวดที่ผมสวดได้ก็ถือว่าไม่มากครับ ช่วงเวลาแค่นี้สวดเป็นภาษาบาลีต้องอาศัยเวลาให้ท่องติดปากไปเองเหมือนพระหลายๆ รูปผมได้แค่ บทสวดพระพุทธคุณ พาหุง มหากา นิดหน่อย และสวดกรวดน้ำตอนรับบิณฑบาตร เท่านั้น นอกนั้นก็เปิดหนังสือสวดมนต์อ่านตามหลวงปู่

เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรกับตัวเองบ้าง หลังจากได้บวช

การได้เห็นกิจวัตรแต่ละวันของพระนั้นทำให้ผมเปลี่ยนวิถีชีวิตหลายอย่างตั้งแต่การบังคับตนเองให้ตื่นแต่เช้า การได้นั่งสมาธิ การได้อ่านพระไตรปิฏก อ่านหนังสือธรรมะ ทำให้ผมเปลี่ยนความเชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษ เชื่อเรื่องกรรม และทำให้จิตใจมีกุศลขึ้นมากครับ

ถึงอย่างไรก็ตามการบวชครั้งนี้ผมนับว่าเป็นความโชคดีของผมอย่างมาก เป็นบุญกุศลที่เคยทำมา ถึงได้มีโอกาสได้บวช และได้รับรู้ความเป็นพุทธศาสนิกชน คนหนึ่งที่จะต้องรู้จักทำบุญ ทำกุศล ไม่ได้ทำเพื่อตนเองอย่างเดียว ทำเพื่อพ่อ แม่ ญาติพี่น้อง เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายที่เราเคยล่วงเกินทั้งทางกาย วาจา และใจ

การได้ฟังธรรมะเทศนาของหลวงพ่อหลายรูป ทำให้ความคิดเปลี่ยนเช่นกัน ตอนอยู่วัด หลวงปู่คำมี เปิดธรรมะเทศนาให้ฟังบ่อยๆ เช่นของหลวงปู่บุญเสริม วัดหนองป่าพง (เทศได้ตลกและมีสาระ) หลวงปู่สมภพ ปัจจุบันท่านอยู่ที่คำตากล้า ใกล้กับผมมาก เทศน์ของหลวงตามหาบัว และเกจิอีกหลายรูป ทำให้รู้ทิศทางการประพฤติปฎิบัติตนอยู่ในศีลธรรม รู้จักการทำทาน ศีล ภาวนา เพื่อให้ได้บุญกุศลอย่างถูกวิธี

หากใครมีลูกหลานเป็นชาย ขอแนะนำให้บวชสักครั้งครับ เขาผู้นั้นจะได้ชื่อว่าเป็นคนสุก ถ้ายังไม่บวชจะได้ชื่อว่าเป็นคนดิบ เหมือนคนเฒ่าคนแก่สมัยก่อนพูดกันอย่างนั้นก็เป็นความจริงของท่าน

สุดท้าย ขอขอบคุณแขกผู้มาร่วมงานบวชผมในวันที่ 2-3 เมษายน 2558 นั้น ทั้งครูอาจารย์โรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม ที่มาร่วมงานและที่ไม่ได้มาแต่ฝากจิตฝากใจมา ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย กุศลผลบุญที่ผมได้บวชในครั้งนี้ นำความสุขแผ่ไปถึงทุกท่าน ถึงบิดามารดา ญาติมิตร เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย จงมารับเอาส่วนบุญนี้เทอญ สาธุ

Leave a Reply