ผมเป็นคนอีสานครับ ตอนเด็กมีความฝันว่าจะได้ไปเที่ยวทะเลสักครั้ง จากคำบอกเล่าของเพื่อนๆ ที่เคยไปมาแล้วนั้น เขาบอกว่าน้ำทะเลนั้นเค็มมากๆ

มันก็เป็นจริงดังนั้นครับ และครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของผม อายุปานนี้แล้ว ไม่ได้ไปสัมผัสน้ำทะเลก็กระไรอยู่ แต่ทุกๆ ครั้ง จนวนเวียนอยู่แถวๆ ระยอง นั่งรถทัวร์ ขากลับซื้อปลาหมึกมาฝากคนที่บ้าน

เมื่อบ่อยครั้งเข้าก็เริ่มเบื่อน้ำทะเลแล้วสิ รู้สึกไม่อยากเล่นน้ำทะเลเลย มันเหนียวทั้งหน้า เหนียวทั้งหัว ถึงจะไม่ได้ลงไปเล่นน้ำ แต่ลมทะเลก็พัดความเหนียวมาติดตัวเราอยู่ดี

การไปเที่ยวทะเลจึงไม่ได้สิ่งที่ใฝ่ฝันเหมือนตอนเด็กๆ อีกต่อไปครับ

หากแต่ว่า การได้ชมริมทะเล หรือ การไปอยู่ที่อื่นๆ ก็ยังเป็นสิ่งที่อยากจะทำอยู่ดี

ปีนี้ครับ 2561 โรงเรียนของผม มีทริปเที่ยวทะเลกัน เป็นทะเลใต้ แบบใต้มากๆ ฝั่งอันดามัน ในจังหวัดกระบี่ และตรัง

โรงเรียนมีรถทัวร์ให้ แต่จะนั่งรถทัวร์ไปเที่ยวใต้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ผมไม่เคย แต่มีคนบอกว่า สาหัสสากรรจ์พอสมควร ผมจึงขอเลี่ยง โดยยอมเสียส่วนต่าง นั่งเครื่องไปรอที่เที่ยวเลยแล้วกัน

จองเครื่องไป กลับ ขอนแก่น ภูเก็ต 2 ที่นั่ง และจองให้เพื่อนครูอีกคน คือ พี่ต่าย และ อ.ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน

ผมตัดสินใจจอง airbnb โดยพี่ต่ายอยากพักแถว หาดป่าตอง ซึ่งผมก็ไม่เคยทราบมาก่อนว่า ที่นั่นเป็นอย่างไร

เราออกเดินทางจากขอนแก่น วันที่ 23 เช้า พร้อมกับรถทัวร์ แต่รถจะใช้เวลาทั้งหมด ประมาณ 18 ชั่วโมง

เรานั่งเครื่องบินไป พร้อมกับครูบางส่วนที่จองตั๋วไว้ เพราะมันมีไฟร์ทเดียว เราเลยออกบินพร้อมกันหมด วันแรกเรานั่งแทกซี่จากบ้าน 120 บาท

หลังจากโหลดกระเป๋าเสร็จ ได้ boarding pass แล้ว เราก็ไปรอกาแฟ black canyon นานมากๆ 555 เนื่องจากน้องเขาทำคนเดียว และมีคิวเยอะทำให้ต้องรอนาน จนเขาประกาศครั้งสุดท้าย เรารีบกินกาแฟมาก

ลืมบอก วันออกเดินทาง เรากินข้าวเช้าไปจากบ้านเรียบร้อย เป็นสุกี้ที่เราทำไว้ตั้งแต่เมื่อคืน

ใช้เวลานั่งเครื่องเกือบ 2 ชั่วโมงได้ ผมอ่านหนังสือบนเครื่องได้หลายหน้าทีเดียว

เมื่อไปถึงแล้ว เราก็ได้รถขับจากเพื่อนพี่ต่าย จองรถไว้ ราคา 800 บาทต่อวัน เป็นรถ honda city รุ่น top ผมเป็นคนขับ ปกติจะชับเกียร์ธรรมดา วันนี้มาขับเกียร์ออโต้ ต้องปรับตัวนิดหน่อย

ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 วัน เราวางแผนทัวร์กัน เนื่องจากเราเดินทางไปถึงก่อน และไปที่ภูเก็ตด้วย อยู่ห่างจากตรังพอสมควร ทำให้เราต้องคิดหนัก ว่ารถทัวร์จะผ่านทางนี้ไหม แผนการแรกของเราคือ เราจะรอลัดขึ้นรถระหว่างทาง

แต่เมื่อเราดูที่แผนที่แล้ว ตรังอยู่ไกลจากภูเก็ตเอามากๆ เลย ลองใช้ google map วัดระยะทางดูแล้วไกลประมาณ 250 กิโล ถ้าขับรถก็ประมาณ 5 ชั่วโมง

ทำให้ผมและภรรยา วางแผนว่า จะขอเที่ยวที่ภูเก็ต และไปรอทัวร์ที่กระบี่ดีกว่า จะไปตรัง เพราะยังไงทัวร์จะมาพักที่กระบี่ หาดอ่าวนาง อยู่แล้ว แต่จะเป็นเย็นของอีกวัน ซึ่งตรงนี้ เราต้องวางแผนกันว่าจะไปเที่ยวกันเองที่ไหนดี

เราค้นดูบล็อกที่คนอื่นๆ เขียนไว้ว่า เขาไปเที่ยวกันที่ไหนบ้างในภูเก็ต ตอนแรกเรากะจะไปเกาะพีพี แล้วข้ามไปอีกฝั่งเพื่อไปยังหาดอ่าวนาง

แต่สุดท้ายเราตัดสินใจเช่ารถยนต์ขับ ผมเปิดในอินเตอร์เน็ตได้เว็บเช่า วันละ 900 บาท แต่สุดท้ายต้องยกเลิก เพราะเพื่อนพี่ต่าย หาให้แล้วเป็นวันละ 800 บาท และเรารู้จักเขาด้วย ทำให้ไม่ต้องมัดจำอะไร ปกติแล้วต้องใชัใบขับขี่และบัตรประชาชน พร้อมด้วยมัดจำบางส่วน แต่เพื่อนพี่ต่ายหาให้ เขาให้รถเราเลยแทบไม่ดูอะไร เพื่อเชื่อใจเรา และรถก็ใหม่มากๆ รุ่น top เลย ขับดีและประหยัดมาก ไม่อยากบอกว่าขับเที่ยวไปที่ต่างๆ และขับไปกลับ ภูเก็ต กระบี่ ขับอยู่ 4 วัน เสียค่าน้ำมันไป 940 บาท เอง เพราะ E-85 นอกจะถูกแล้ว รถกระประหยัดเอามากๆ

ถามว่าเราเที่ยวที่ไหนบ้าง

วันแรกเลย หลังจากได้รถแล้ว พวกเราก็เดินทางเรียบชายหาดไปเรื่อย ผ่านหาดในยาง แวะหาดในทอน หาดสุรินทร์อันนี้เรานั่งนานหน่อย เพราะกินทุเรียนด้วย

หลังจากนั้นผมก็ขับรถไปเช็คอิน ที่พักของพี่ต่าย แถวๆ ป่าตอง หายากมากๆ เราถามคนไปเรื่อยๆ เบอร์โทรเขาหาไม่เจอ สุดท้าย แฟงเจอแผนที่นำเราไปที่พัก เขาบอกว่าโทรหาพี่ต่ายแล้ว แต่พี่ต่ายเปลี่ยนเบอร์โทร ทำให้ติดต่อกันไม่ได้

จากนั้นก็ไปเข้าที่พักของผม ชื่อว่า patong buri เป็น guest house ของฝรั่งเปิดให้เช่า ห้องละ 400 กว่า ทำให้ตามสภาพครับ ไม่ค่อยดีเท่าไร แอร์ไม่เย็น ประตูห้องน้ำเปิดปิดไม่ค่อยดี กระเบื้องพื้นไม่ค่อยดีเท่าไร แต่เย็นนี้เราต้องพักอยู่ที่นี่

ตอนเย็นเรานัดหมายกันกินข้าวที่หาดราไวย์ หลังจากดูพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพแล้ว บรรยากาศที่แหมพรหมเทพนั้น คนเยอะมากตอนเย็น แต่สุดท้าย พระอาทิตย์ตกใส่ก้อนเมฆเสียก่อน เลยไม่ได้ดูตอนมันตกลงในน้ำทะเล รมณบ่จอยเลยวันนี้ ไม่ได้เป็นดังที่คาดไว้

เราไปกินข้าวที่ร้านอาหารของเพื่อนอาจารย์เก้ง คนพื้นที่แต่มาทำงานที่อีสานหลายปี อาจารย์เก้งค่อนข้างสนิทกับผม แกเลยชวนไปกินข้าวด้วย พร้อมด้วยคณะเดินทางโดยรถตู้กับแก เพื่อจะไปตรังไปเจอกับทัวร์ที่จะมาถึงในวันรุ่งขึ้น

คณะรถตู้มีประมาณ 11 คน หากผมจะไปกับรถตู้ มันจะไปไม่ได้ เพราะคนเกิน 12 คน เขาจะจับ เป็นเหตุผมที่ทำให้ผมต้องตัดสินใจทำทัวร์เองกับแฟน แล้วพาพี่ต่ายไปด้วย

อาหารที่หาดราไวย์ ชื่อ ร้าน ศาลาลอย อร่อยนะครับ แกจัดเต็มจริงๆ มีทั้งข้าวเหนียวมะม่วงและทุเรียนด้วย

ตกดึก เราไปเดินเล่นหาดป่าตองกัน ฝรั่งเยอะมากๆ แสงสี เสียงครบครัน และที่สำคัญที่แหล่งท่องราตรีของพวกฝรั่งอีกด้วย ตามร้านข้างทาง ส่วนใหญ่เป็นร้านนวด ผมเลยเข้าใจเลยว่า คนแถวบ้านที่ว่าไปนวดที่ภูเก็ตแล้วได้ฝรั่งมาเป็นฝาชี เขามาทำงานกันที่นี่เอง ถึงบางอ้อเลย

เราสี่คนเดินเรียบชาดหาดไปเรื่อยๆ และเดินเข้าไปดูในเมืองสักหน่อย มีซอยหนึ่งเขาทำเป็น walking street คนเดินกันเต็มเราก็เลยเดินหลงเข้าไปในฝูงชน ในนั้นมีบาร์เยอะมากๆ ที่สำคัญมีผู้หญิงเต้นรูดเสาอยู่เต็มไปหมด และมีคนคอยเรียกลูกค้าเข้าไปบริการ อะไรต่อมิอะไร เต็มไปหมด ตอนนี้เราคิดว่า เราหลงเข้าไปที่อโคจรเอามากๆ เลย เนื่องจากเป็นการมาเยือนครั้งแรก เราจึงรู้สึกได้ว่าทั้งตื่นเต้น และหวาดกลัวในขณะเดียวกัน ไม่คิดว่าจะเป็นแหล่งขนาดนี้

เราเดินทะลุซอยนั้นมาได้ และเดินเรียบหาดไปเรื่อยๆ เพื่อไปยังรถ และกลับที่พักอย่างเหน็ดเหนื่อยในคืนนี้

วันต่อมา ผมมารับพี่ต่ายประมาณ 8 โมงเช้า ไปสักการะวัดฉลอง เป็นวัดที่ทุกคนต้องมาที่ภูเก็ต ผมได้อ่านหนังสือประวัติของวัดแล้ว หลวงพ่อแช่ม เป็นหลวงพ่อที่ศักดิสิทธิ์และคนต่างเคารพบูชาอย่างมาก ในอดีตท่านทำประเจียดให้ช้าวบ้านเพื่อสู้รบกับชางอั้งยี่จนชนะ เป็นที่เลื่องลือไปทั่ว นอกจากนั้นยังรักษาคนป่วยเกี่ยวกับการต่อกระดูกได้อีกด้วย ประวัติยาวๆ ของท่านก็ศึกษาอ่านเองนะครับใน google ก็มีอยู่บ้าง

ต่อมากินข้าวเช้าที่ร้าน kopi de phuket เป็นร้านอาหารและกาแฟ แถวๆ ในเมือง แล้วเราก็ไปเที่ยวชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่เป็นย่านเมืองเก่า ชิโน โปรตุกีส มีภาพวาดตามที่ต่างๆ แต่ต้องบอกว่า หาที่จอดรถยากมาก เราก็เลยจอดไว้ที่ร้าน kopi แล้วเดินไป เราใช้เวลานานมากอยู่ที่นี่ ซื้อผ้า และถ่ายรูป กินไอติม และเที่ยวชมเมืองอย่างจุใจเลย

หลังจากนั้นเราออกเดินทางไปจังหวัดพังงา ดู gps ในมือถือเป็นหลัก และหาที่กินจาก app wongnai เป็นหลักเลยในทริปนี้

จนกระทั่งระหว่างทาง เราไปกินส้มตำที่ร้าน ยกครก ก็พอได้ แต่ตำปูม้า หวานไปหน่อยนะ ที่สำคัญร้านนี้เขาจะยกทั้งครกมาให้เรา ก็เลยเรียกว่าตำยกครกนั่นเอง

ถึงที่พักหาดอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ โดย gps พาลัดเลาะไปจนถึงที่พักเลย ตกเย็นแล้ว คณะทัวร์ไปเที่ยวสระมรกตมา แต่เห็นว่า ฝนตก และปิดสระเสียก่อน ทำให้พลาดลงสระมรกต และทุกคนต่างเมาเรือกันมาด้วย เพราะคลื่นค่อนข้างแรง

กินข้าวเย็นที่ร้าน วังทรายซีฟู๊ด อาหารก็อร่อยดีครับ ตกเย็นเข้าที่พัก และพักผ่อนครับ

วันต่อมา เราเดินทางกับคณะทัวร์ด้วยเรือ speed boat เร็วมาก แต่เห็นว่าเช่าเหมาลำก็แพงอยู่ สถานที่แรกคือ ถ้ำพระนาง สวยครับหาดสวยดี ในถ้ำมีคล้ายๆ ศาลเจ้า และมีรูปปั้นคล้ายนางกวักอยู่ บริเวณศาลจะมีปลักคิกกองอยู่จำนวนมากเลยครับ

เราออกจากถ้ำพระนางแล้ว เดินทางต่อไปยังทะเลแหวก หาดสวยดี แต่ร้อนเอามากๆ เลยวันนี้ เมื่อวานฝนตกแต่วันนี้ร้อนมากๆ เหยียบหาดแล้วร้อนเท้าเอามากๆ ครับ จากนั้นเดินทางไปดำน้ำแถวๆ เกาะปอดะครับ

ปะการังบริเวณนี้ไม่ค่อยสวยแล้วครับ สงสัยนักท่องเที่ยวมากันเยอะแล้ว ผมเห็นปลาไม่กี่ตัว และปะการังก็ไม่ได้เยอะมาก

จากนั้นกินข้าวที่เกาะปอดะ อร่อยมากครับ สงสัยเหน็ดเหนื่อยจากการดำน้ำ มีแกงเหลืองปลาอินทรีย์ ทอดน่องไก่ และผัดผัก อร่อยมากๆ แม้จะยืนกินก็ตาม

ถ่ายรูปที่เกาะปอดะ จะเห็นก้อนภูเขาก้อนหนึ่งโดดๆ อยู่ นั่นคือไฮไลท์เลยละครับ

จากนั้นเดินทางกลับที่พัก ตอนเย็นมีงานเลี้ยง กินอาหารทะเลกันแบบจุใจ มีกุ้ง ปลาหมึก นึ่งปูม้า แต่จะเค็มไปนิด บางคนบอกว่าไม่ค่อยสดเท่าไร และมีการสังสรรค์กันตอนเย็นจนถึง 4 ทุ่ม ผมออกจากงานเลี้ยงก่อน เดินเรียบหาดไปกับอีกคณะหนึ่งประมาณ 10 คน กะจะไปกินโรตี เพราะเห็นว่าขึ้นชื่อ แต่ร้านที่ดูวงในปิดไปซะแล้ว ก็เลยเดินไปเรื่อยๆ เจอร้านหนึ่ง อร่อยดี พี่เก้งเลี้ยง และพี่ธิติ กินหมดไปประมาณ 8 ถาดได้ แล้วเดินกลับเข้าที่พัก

วันต่อมา เก็บกระเป๋าเตรียมเช็คเอาท์ตอนเช้า ทางคณะทัวร์ใหญ่ จะเดินทางกลับ เรา 4 คนก็เลยจะแยกกับคณะทัวร์ตรงนี้เลย เราขับรถยนต์ไปเที่ยววัดถ้ำเสือ ที่นั่นจะมีหลวงพ่อจำเนียร เป็นเจ้าอาวาสอยู่ ท่านกำลังสร้างพระธาตุอยู่ เราเข้าชมถ้ำเสือ ซึ่งสมัยก่อน ประมาณปี 2518 พระอาจารย์จำเนียร พาคณะสงฆ์และแม่ชีมาปฏิบัติธรรมที่นี่ เป็นที่อยู่ของเสือโคร่ง เวลากลางคืนจะได้ยินเสียงของเสือจำนวนมากมาคำรามบริเวณถ้ำเสือแห่งนี้ หลังจากที่ท่านมาปฏิบัติธรรมแล้วก็ไม่ได้เจอเสืออีกเลย

วันนี้เป็นวันบวงศวงวันคล้ายวันเกิดของหลวงพ่อจำเนียรด้วย มีพระและแม่ชีจำนวนมากกำลังสวดมนต์ และภายในวัดมีโรงทานอาหารทั้งคาวหวาน ของภาคใต้ให้เราชิม จนอิ่ม ร่วมทำบุญไป 100 บาท อาหารอร่อยมากๆ มีของหวานด้วย และขนมจีนใต้ รสเด็ดจริงๆ

จากนั้นเราก็ไปสักการะเจ้าแม่กวนอิม และบริจาคไถ่ชีวิตโค 100 บาท พร้อมให้หญ้าโคกินด้วย มีแม่ชีมานั่งมัดหญ้าไว้สำหรับนักท่องเที่ยว

เราเห็นทางขึ้นไปยอดเขา 1237 ขั้นบันได สูงและชันเอามากๆ เราเลือกจะไม่ขึ้นดีกว่า แต่ไปดูในภาพ บอกเลยว่า สวยมากๆ

เดินทางออกมาที่เขาขนาบน้ำ ถ่ายรูปกับปูดำตัวใหญ่ๆ แล้วไปกินกาแฟที่ร้าน easy coffee ที่นี่เรากินขนมอันหนึ่ง ทอดแล้วยัดใส้กล้วย อร่อยดี เห็นบอกว่าเป็น signature ของที่นี่ที่เดียวว่างั้น

ผมขับรถยาวไปพังงา เพื่อไปเที่ยวที่เกาะปันหยี เมื่อขับรถถึงแล้ว ท่าเรือศุลกากร มีเรือนำเที่ยวหลากหลายแบบมาก เราเช่าเหมาลำ ต่อรองราคากันได้ที่ 1500 บาท ไปกัน 4 คน

ระหว่างทางมีเขาหมาจู รูปร่างคล้ายหมานั่งอยู่ และระหว่างทางมีภูเขาเยอะมาก สลับกับป่าโกงกางจำนวนมากเลย วิวสวยสุดๆ นั่งเรือไปกับตาหลานคู่หนึ่ง

ไปถึงเขาตาปู เป็นที่ถ่ายทำหนังเจมส์บอนด์ด้วย เสียค่าเข้าชมคนละ 60 บาท บริเวณเกาะจะมีเขาลูกหนึ่งคล้ายๆ ตะปูตอกไว้กลางน้ำ คนชอบถ่ายรูปกันเยอะมาก แฟงได้สร้อยมุกจากที่นี่ บอกก่อนเลยว่า เข้าร้านไหนเป็นต้องซื้อ เพราะแม่ค้าตื๋อสุดๆ เลย ไม่ซื้อก็ต้องซื้อ ในเกาะยังมีเขาพิงกันอีกด้วย เป็นสถานที่แปลกๆ และมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

ออกจากเขาตาปู เราเดินทางไปยังหมู่บ้านเกาะปันหยี เป็นหมู่บ้านที่ทำยื่นออกไปในทะเล ใช้ชีวิตบนน้ำทะเลเลย มีตลาด มีโรงเรียน มีวัด ตลาด ครบครัน คนส่วนใหญ่ขายของที่ระลึกกันพวกเครื่องประดับ สร้อย และอาหารทะเล ผมได้น้ำพริกไตปลาจากที่นี่ มาแกงกินง่ายมากๆ แค่เอาน้ำพริกละลายในน้ำเดือด เติมผัก หน่อไม้ มะเขือ เป็นอันเสร็จเลย ก็อร่อยดี ทำครั้งแรกจืดมาก ครั้งที่สองใส่เยอะหน่อยก็อร่อยขึ้น

เราเดินไปดูสนามฟุตบอลกลางน้ำที่เป็นโฆษณาของ ธนาคาร TMB เป็นที่โด่งดัง เขาบอกว่า ตั้งแต่มีโฆษณานี่มานักท่องเที่ยวเยอะขึ้น ทำให้ชาวบ้านมีรายได้มากขึ้น

กลับจากหมู่บ้านเกาะปันหยีเราเดินทางไปหาของทะเลกิน ถามไปเรื่อยๆ ว่าที่ไหนจะมีแบบของสด ที่เพิ่งเอาขึ้นมาแล้วทำกินเลย ได้ความว่ามีร้านซีฟู้ดร้านหนึ่ง พอไปแล้วมันไม่ใช่ เราเลยเดินออกมา เจอผู้หญิงคนหนึ่งถือสาหร่ายเลยถามเขา แกเลยชี้ไปที่ร้านของสด แต่ร้านนี้ไม่ได้รับทำ เขาแนะนำให้ไปร้านเจ๊ศร พวกเราเลือกอาหารทะเลสด มีกุ้งมังกร 2 ตัว ตกตัวละ 300 บาท ปูม้าทั้งตัวเป็น และตัวตาย ประมาณ 2 โล และกุ้งอีก หมดไปประมาณ 1500 บาท เอาไปให้เจ็ศร ทำให้ที่ร้านอยู่ริมน้ำ อร่อยมากๆ กุ้งมังกร อบเนยเนื้อแน่นเอามากๆ เพิ่งเคยกินครั้งแรก กุ้งเอาไปทำกุ้งแช่น้ำปลา ข้าวผัดกุ้ง และอบเกลือจิ้มนำจิ้มซีฟู๊ด อร่อยแบบสุดๆ แต่ราคาค่าทำไม่ค่อยจะอร่อย เพราะเจ๊แกคิด 1100 รวมเบียร์ 1 ขวดนะ ถือว่าแพงมากๆ เพราะดูในรีวิว เขาคิดค่าทำแค่ประมาณ 500-800 บาทเอง

ออกจากร้านมา เราก็เดินทางกลับที่พัก ค่อนข้างดึกเลย ที่พักของพี่ต่ายแกจอง aib bnb เองค่อนข้างไม่ดีเลย เพราะห้องมีกลิ่นบุหรี่ และเป็นรีสอร์ทกลางป่า น่ากลัวฝุดๆ แต่ก็ต้องนอน เพื่อเอาแรงไว้ขึ้นเครื่องวันพรุ่งนี้

ส่วนเราสองคนไปพักใกล้สนามบินเลย เป็นคอนโดใหม่ แฟงจองจาก agoda ห้องใหม่มากๆ แต่พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้า

ตอนเช้าเราเข้า wongnai กิน super ติ่มซำ แถวๆ สนามบิน อร่อยมากๆสมคำร่ำลือและรีวิวจาก wongnai จากนั้นก็ส่งรถ แล้วก็ไปรอขึ้นเครื่องที่สนามบินภูเก็ต เดินทางกลับเวลาประมาณ 10 โมงเช้า ถึงขอนแก่นพอๆ กับคณะรถทัวร์ที่เดินทางมาตั้งแต่เมื่อวานเพิ่งถึงขอนแก่นในเวลาไล่เรี่ยกัน

สุดท้ายทริปนี้ให้อะไรหลายอย่างพอสมควร เช่น

การเช่ารถขับสะดวกกว่า เสียค่ารถหลายๆ ต่อ และเช่ารถขับไม่ได้เปลืองน้ำมันอย่างที่คิด

การเที่ยวหากไกลมากๆ ก็อย่าเสี่ยงนั่งรถนาน ให้หาวิธีการอื่นแทน เช่า นั่งเครื่องบินไปแทน แล้วค่อยไปสบทบกับทัวร์

การหาประสบการณ์ใหม่ๆ ไม่จำเป็นต้องไปแบบเป๊ะๆ ให้มันหลงๆ บ้างก็สนุกดี

การไปเที่ยวแบบใจเย็นๆ จะได้ประสบการณ์เยอะกว่าการไปเที่ยวแบบชะโงกทัวร์

การไปเที่ยวเป็นกลุ่มเล็กๆ เราเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าทัวร์กรุ๊ปใหญ่ๆ เป็นไหนๆ ได้เที่ยวเยอะกว่าแน่ๆ แต่เราต้องวางแผนสักหน่อย ก่อนออกเดินทาง รวมทั้งที่พักด้วย

การใช้ google app ช่วยได้มากหากต้องขับรถเอง

การใช้ wongnai app ช่วยเรื่องหาที่กินได้เยอะเลย ทำให้รู้ว่าที่ไหนของจะอร่อย เราต้องอ่านรีวิวก่อนกินด้วย

 

 

Share

Leave a Reply