ทำไมเด็กติด 0

สองวันมานี่ผมทำงานที่ฝ่ายทะเบียน เพื่อรับลงทะเบียนนักเรียนที่ติด 0, ร, มส. มผ. เป็นนักเรียนที่มีโอกาสเพียงน้อยนิด บางคนติดมาเยอะก็รวบมาแก้ทีเดียวตอนนี้เลย วิธีการแก้ครั้งนี้เราจะเรียกว่า การเรียน summer เด็กๆ จะต้องมาลงทะเบียนเรียนก่อน และหน่วยกิตที่ลงเรียน ห้ามเกิน 6 หน่วย ถ้าใครติดสะสมมากกว่านี้จะต้องให้รอเรียนครั้งหน้าเพิ่มอีก

ส่วนใหญ่จะติดกันเยอะ หรือเรียกว่าจัดเต็มกันคนละ 6 หน่วยเลยทีเดียว ซึ่งถ้าหากเป็นแบบนี้กันเยอะ คุณครูที่ต้องมาตามงานอาจลำบากในการให้ส่งงานด้วย เพราะทางเราจะมีใบเอกสารใบหนึ่งมีกำหนดการส่งงาน และรายละเอียดการให้งานแก่เด็ก และมีระยะเวลาการจัดการในครั้งนี้รวมเกือบ 1 เดือน

ที่น่าเป็นห่วงคือ นักเรียน ม.3 และ ม.6 เพราะถ้าหากไม่แก้ให้เสร็จเรียบร้อยก็จะไม่มีสิทธิ์จบพร้อมกับเพื่อนๆ

สาเหตุเด็กติด 0 เพราะอะไรกัน

คราวนี้เรามาดูเหตุผลว่า ทำไมเด็กพวกนี้ถึงติดกันเยอะมากขนาดนี้ ลองมาดูรายการลิสต์ของผมก่อนนะครับ อันนี้ไม่มีข้อมูลอ้างอิงจากที่ใด คือ เป็นความคิดของผมเอง

  • นักเรียนขี้เกียจ อันนี้พูดตามตรงเลยนะ สมัยนี้แม้คุณครูจะพยายามสอนเนื้อหาที่ง่ายขึ้นแล้วก็ตาม แต่ยุคสมัยมันอาจเปลี่ยนไปจากแต่ก่อน เพราะนักเรียนไม่ได้กลัวครูเลยแม้แต่นิดเดียว นักเรียนเป็นใหญ่มาก ครูทำอะไรนักเรียนไม่ได้ สุดท้ายเมื่อนักเรียนขี้เกียจส่งงาน ครูก็ทำได้แค่ให้ 0
  • นักเรียนติดโทรศัพท์ อันนี้เป็นปัญหาหนักอยู่สำหรับครูบางคนที่จัดการได้ โหดๆ หน่อยนักเรียนก็จะกลัวไม่กล้าเอามาเล่น แต่สำหรับครูบางคนเขาก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้นัก นักเรียนก็เลยขาดสมาธิในการเรียน ทำให้เรียนไม่รู้เรื่อง ก็เลยเป็นปัญหาเรื้อรังจนกระทั่งถึง 0
  • ครูมีปัญหาเยอะ ข้อนี้เป็นเรื่องของครู เช่น ครูมีภาระเยอะมากกว่าการสอน หรือครูมีหนี้สินรุงรังที่ต้องจัดการ บางคนต้องเอางานอื่นมาทำแทนที่จะได้เตรียมสอนแต่ต้องทำงานอย่างอื่น ก็เลยทำให้สอนไม่ได้เต็มที่ เด็กก็เลยไม่ได้ใส่ใจ จากนั้นเด็กก็เลยเรียนไม่รู้เรื่อง จึงทำให้ได้คะแนนน้อยจนกระทั่งติดศูนย์โดยที่ครูไม่รู้ตัว

สำหรับปัญหาที่ผมพอจะคิดได้ก็ประมาณนี้ ผมจะไม่ขอกล่าวถึงพวกหลักสูตร เพราะคิดว่าถ้าครูสามารถจัดการหลักสูตรได้ แม้จะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาก็ไม่น่าจะมีผลนัก

วิธีแก้ปัญหา เด็กติด 0

การแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ คงต้องอาศัยการร่วมมือจากทุกฝ่ายๆ ไม่ว่าจะครูหรือนักเรียนและผู้บริหารของโรงเรียนด้วย รวมทั้งผู้ปกครอง ต้องหันมาจับมือร่วมมือกัน นักเรียนต้องใส่ใจเรื่องเรียนให้มากขึ้น ครูก็ใส่ใจเนื้อหาที่สอนและใส่ใจนักเรียนให้มากขึ้น ผู้ปกครองก็ช่วยสนับสนุน ผู้บริหารก็สนับสนุนให้ครูได้มีโอกาสพัฒนาทักษะด้านการสอน ผมคิดว่า หากทุกฝ่ายใส่ใจกันมากขึ้น น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด แม้ว่าความหวังนี้จะน้อยนิดก็ตาม แต่ก็ยังหวังลึกๆ อยู่ว่าจะเป็นไปได้

ใช่ว่าเด็กๆ พวกนี้ที่ติด 0 ไม่ได้แปลว่าเขาจะไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต บางคนเขาอาจยังมองไม่เห็นพรสวรรค์ของตัวเองก็ได้ บางคนอาจไม่ได้ชอบเนื้อหานั้นจริงๆ ทำให้เรียนแล้วเกิดความเบื่อหน่าย จนกระทั่งติด 0 มา แต่ถ้าหากเขาได้เรียนในสิ่งที่เขาชอบ สิ่งที่เป็นพรสวรรค์ของเขา ก็อาจทำให้เขาแสดงฝีมือออกมาจนเราๆ ท่านๆ ทึ่งเอาก็เป็นไปได้ เพราะผมเห็นหลายคนที่ประสบความสำเร็จก็ไม่ได้เรียนดีมากก่อนก็มีถมเถไป

เรามีหน้าที่คอยช่วยเหลือเด็กๆ เหล่านี้ อย่างน้อยก็ช่วยให้หลายคนเรียนจบและมีวุฒิทางการศึกษาพอที่จะมีสิทธิ์ไปเรียนต่อที่อื่นได้ หลายคนเมื่อเรียนที่นี่เขาอาจจะยังไม่เจอที่ใช่สำหรับเขา พรสวรรค์เขาอาจจะไม่ได้มาทางนี้ แต่ถ้าวันหนึ่งเขาได้พบเจอพรสวรรค์ของตัวเอง ได้ทำงานและประสบความสำเร็จ เกรด 0 ก็ไม่ได้การันตีความล้มเหลวเสมอไป

ใส่ความเห็น