ผมรับราชการที่นี่มาเกือบ 10 ปีครับ ตั้งแต่เดือน พฤษภาคม ปี 52 ปีนี้ก็ปี 61 แล้ว ถ้านับไปแล้วอีกไม่กี่เดือนก็จะครบ 10 ปีแล้ว วันนี้เป็นวันที่รู้ว่าจะต้องจากที่ทำงานที่นี่ไป แล้วไปทำงานที่อีกโรงเรียนแห่งใหม่ มันรู้สึกใจหวิวๆ บอกไม่ถูกเพราะความผูกพันกับที่นี่มันเยอะเหลือจะบรรยาย

ผมเริ่มชีวิตทำงาน ตั้งแต่ปี 52 ตอนนั้นก็คิดว่า จะเป็นอย่างไรน้อชีวิตการทำงาน เราจะเป็นหนี้ไหมน้อ เราจะพบเจอคนแบบไหน ที่ทำงานเราจะเป็นแบบไหน ผมจินตนาการไม่ค่อยออกเลยตอนนั้นว่าชีวิตการทำงานเป็นครู จะต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง

ผมเริ่มต้นจากไปเช่าหอพักแห่งหนึ่ง แต่วันนั้นหอพักทุกที่เต็ม มีครูคนหนึ่ง เป็นป้าของลูกศิษย์ชื่อเมย์ ที่ผมสอนพิเศษตอนเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ ป้าคนนี้สอนที่ศรีกระนวนพอดี แกช่วยพูดกับลูกศิษย์ที่เช่าหอพักของป้าละมัยว่าให้คุณครูใหม่อยู่ด้วยได้ไหม เด็กตกลง ผมก็เลยได้ที่พักพิง โดยอยู่ร่วมกับเด็กคนนั้น ที่นอนของผมเป็นห้องโถงโล่งๆ ด้านนอก และห้องนอนด้านในก็เป็นลูกศิษย์โรงเรียนที่ผมจะไปสอนนั่นเอง เด็กคนนี้ชื่อ เต้ พ่อกับแม่ของเต้ทำงานที่ต่างจังหวัด ส่งลูกมาเรียนที่กระนวนตัวคนเดียว ผมอยู่กับเขาจนกระทั่งเขาจบการศึกษา ม.6

ผมเริ่มต้นทำงาน เป็นฝ่ายไอซีที เหตุเกิดจากการเขียนใน Portfolio ว่ามีความชำนาญเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จริงๆ แล้วผมไม่ได้เก่งมาก และไม่ได้ชำนาญจนถึงทำเว็บได้ เพราะตอนนั้นก็พอรู้งูๆ ปลาๆ เกี่ยวกับโปรแกรมคณิตศาสตร์เกี่ยวกับ Latex จากที่เรียนไปตอนมหาลัยเท่านั้นเอง ด้านการเขียนโปรแกรมก็เรียนอยู่ตัวหนึ่ง

ผอ.สมยศ รัตนถา เป็นผู้บังคับบัญชาคนแรกของผม เป็นคนสัมภาษณ์เพื่อเข้าไปทำงาน ท่านให้ผมไปทำงานเป็นฝ่ายไอซีที ทำเกี่ยวกับเว็บไซต์ ตอนนั้น ครูคณิตคนหนึ่งที่ทำอยู่ก่อนแล้ว ชื่อ พี่อนุรุท กำลังจะย้ายออกไป เลยสอนผมเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่แกทำไว้ เป็นภาษา html ทำจากโปรแกรม Dreamwaver

ตอนแรก ผมยังไม่มีรถยนต์เป็นของตัวเอง ต้องเดินทางโดยสารไปด้วยรถบัสขอนแก่น-กระนวน คันสีฟ้า ต้องบอกว่า รอแต่ละที ผมต้องเสียเวลารอนานมาก เพราะมันจะมาไม่เป็นเวลา บางครั้งไปรับงานนอกก็ไม่จอดเอาดื้อๆ โบกแล้วก็ขับผ่านไปหน้าตาเฉยเลยหลายครั้ง

ผมเดินทาง ขอนแก่น กระนวน เสาร์อาทิตย์ เพราะแฟนผมบรรจุพร้อมกันที่ขามแก่นนคร ซึ่งมีบ้านพักครูอยู่ที่นั่น

ผมมีรถมอเตอร์ไซต์ Honda รุ่น Nice คันเก่าๆ มีคลัช ขับยากๆ อยู่คันหนึ่งที่ใช้เดินทางไปโรงเรียนจากหอพักที่เช่าอยู่

ไปโรงเรียนวันแรก ผมนอนแทบไม่หลับเลย จำได้ว่าตื่นเต้นมากจริงๆ กับชีวิตรับราชการ

หลังจากนั้นประมาณ 2 ปี ผมก็ตัดสินใจซื้อรถยนต์คันแรกโดยไม่ได้ดาวน์ ใช้สิทธิ์ กบข. ดาวน์ 0% แต่เพิ่งผ่อนเสร็จเมื่อไม่นานมานี้ เป็นระยะเวลา 84 เดือนเต็ม เดือนละ 7500 บาทถ้วน เป็นเงินทั้งหมด 6 แสน 3 หมื่น พอดีกับ ระยะเวลาผ่อนรถยนต์ 7 ปี ไม่ธรรมดานะ นี่ไม่รวมค่าซ่อม ประกัน นำมัน และเข้าศูนย์ ปีละกว่า 2-3 หมื่นนะ

ประสบการณ์การทำงานที่นี่ มีหลายเรื่องราวเกิดขึ้นในที่แห่งนี้ เกือบ 10 ปี ผมพยายามทำงานที่ได้รับมอบหมาย บางครั้งก็เวิร์คบางครั้งก็ไม่เวิร์ค แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเบื้องหลัง เช่น การถ่ายภาพ การตัดต่อวิดีโอ การแต่งภาพ การทำหน้าปกเล่มรายงาน หลักสูตร การแก้ไขโปรแกรมต่างๆ การทำเว็บไซต์ ทำระบบชุมนุม ทำระบบดูเกรด ทำ server อะไรที่เกี่ยวกับคอม เหมือนจะชอบไปหมด

งานหลักของผมคงต้องเป็นระบบเว็บไซต์ ที่ผมต้องใช้พละกำลังสมองและเวลาจำนวนมากในการศึกษาเรื่องเหล่านี้ และมันก็เป็นต้นเหตุให้ทำระบบล่มแล้วล่มอีก จนปัจจุบันผมตัดสินใจบันทึกข้อความเพื่อขอไปเช่าเซิฟเวอร์ข้างนอกที่มีวิศวกรช่วยดูแลระบบให้จนแทบจะไม่มีปัญหาในปัจจุบัน และนี่แหละเป็นต้นเหตุให้ผมสร้างบล็อกแห่งนี้ขึ้นมาแชร์สิ่งต่างๆ ที่ผมรู้

ประสบการณ์เหล่านี้ มันเริ่มที่นี่แหละครับ “ศรีกระนวนวิทยาคม”

ผมสอน ม.6 เป็นหลัก มีบางปีเลื่อนไปสอน ม.4-5 บ้างเป็นบางครั้ง แต่หลักๆ คือ ม.6 เกือบจะทั้งหมด

ผมพยายามสร้างเด็กแข่งขันคิดเลขเร็วอยู่หลายปี จนกระทั่งไปได้สูงสุดอันดับที่ 3 ระดับชาติ ถือว่าไปได้ไกลสุดแล้วในชีวิตของผม

ผมเรียนทุนต่อ ป.โท ที่อุดร ตัวสุดท้ายวิทยานิพนธ์เกือบไม่รอด แต่ก็รอดมาได้แบบหวุดหวิด

ผมบวชเป็นพระปี 2558 โดยกลับไปจัดงานบวชที่บ้านเกิด อ.คำตากล้า จ.สกลนคร มีคุณครูไปร่วมงานบวชผมจำนวนมาก รู้สึกซาบซึ้งใจจริงๆ

ผมแต่งงานในปี 2559 กับครูที่โรงเรียนขามแก่นนคร ชื่อ ครูแฟง ใช้หอประชุมโรงเรียนขามแก่นนครในการจัดงาน ญาติจากหลายๆ ฝ่ายมาจากศรีสะเกษ และ สกลนคร การจัดงานแต่งงานเป็นอะไรที่ยุ่งยากพอสมควร เราจัดกันเองแบบง่ายๆ ยังจำได้ นั่งพิมพ์การ์ดกับภรรยาถึงเที่ยงคืน พรีเซ็นต์ก็ออกไปถ่ายเองแบบง่ายๆ ใช้ครูด้วยกันเองช่วยเหลือ

จนมาถึงวันนี้ ประสบการณ์ที่ผมสั่งสมมานับ 10 ปี มันก่อให้ผมมีอาชีพเสริมเล็กๆ อีกอัน คือการทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ ที่สร้างรายได้ให้กับผมเสริมกับการเป็นอาชีพครูเพียงอย่างเดียว แน่นอนว่า ผมไม่ได้ใช้เวลาแค่แป็บๆ ในการทำสิ่งนี้ เพราะมันต้องใช้เวลากว่า 3 ปี และผมต้องศึกษาเรื่องพวกนี้หนักมาก โดยอ่านหนังสือและเข้าคอร์สสอนต่างๆ อยู่เป็นประจำ เสริมไปกับอาชีพรับราชการที่ต้องไปทำงานจันทร์ถึงศุกร์ แต่โชคดีผมมีหยุดเสาร์อาทิตย์ และปิดเทอมที่จะไปหาความรู้เสริมในเรื่องการค้าขายเพิ่มเติม

ผมนั่งทำงานที่หมวด เวลากลางวันมีอาชีพสอนหนังสือช่วยงานโรงเรียน แต่เวลากลางคืน ผมก็นั่งอยู่ที่หมวด ช่วงหนึ่งผมมีเพื่อนเป็นรุ่นน้องคนหนึ่ง ชื่อ น้องอ๋อ แต่เขาย้ายไปก่อนปีที่แล้ว และปีนี้ผมกำลังจะย้ายไปสอนที่โรงเรียนเดียวกับน้องอ๋อ นี่เป็นสาเหตุที่ผมมาเขียนเล่าบนบบล็อกวันนี้

หมวดของผมอบอุ่นมาก เรามักกินข้าวด้วยกันตอนเช้า และกลางวัน ข้างหลังหมวดจะมีโซฟาตัวหนึ่งไว้สำหรับงีบหลับเพื่อเติมพลังในการสอนแต่ละวัน วันไหนที่ผมนอนดึกรู้สึกล้า มักจะใช้โซฟาตัวนี้เพื่องีบเติมพลังก่อนไปสอนประจำ ข้างๆ หมวดจะเป็นวิทย์ และภาษาไทย ที่มักทำกับข้าวกลิ่นอบอวลในบางวัน ตอนเช้าพี่ๆ หลายคนจะห่อกับข้าวและกระติ๊บข้าวเหนียวมาวางไว้โต๊ะกลาง บางคนก็ได้กับข้าวมาสมทบ บางคนก็ได้ผัก บางคนก็ไม่มีอะไรมาเลย เราจะเอาของกินมารวมกัน และชอบยืนกินเพราะที่นั่งไม่พอกันนั่ง บางวันที่ขายขยะได้ หรือโอกาสพิเศษต่างๆ เราก็มักจะเอาเนื้อมาทำแจ่วฮ้อน ปลาจุ่ม สุกี้ หรือลาบคุณดาร้านประจำ เรื่องกินถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับพวกเรามาก

เมื่อวาน เป็นวันที่ทุกคนรู้ว่าผมจะต้องย้ายไปทำงานที่อื่นแล้ว ทุกคนต่างเข้ามาแสดงความยินดีกับผมที่จะได้ไปทำงานที่ใหม่

ทำไมผมต้องเขียนย้าย? ไม่ใช่เหตุผลเพราะความเบื่อโรงเรียนแน่นอน เพราะผมความสุขมากที่ได้อยู่และทำงานที่นั่น เหตุผลอย่างแรก คือ ผมต้องไปอยู่กับคู่ชีวิตของผม ปัจจุบัน ภรรยาของผมสอนอยู่ที่โรงเรียนกัลยาณวัตร เราทำงานต่างที่กันอยู่เกือบ 10 ปีแล้ว ที่ผมต้องเดินทางประมาณกว่า 60 กิโลเมตร เสาร์ อาทิตย์เพื่อมาหาภรรยาของผม เพืี่อความสะดวกในการอยู่ร่วมกัน ผมจึงเลยตัดสินใจเขียนขอย้ายมากว่า 3 ปีแล้ว

ถามว่ามีความรู้สึกอย่างไร ณ ตอนนี้?

คงต้องดีใจปนกับเสียใจ เพราะผมต้องไปเริ่มต้นทำงานที่แห่งใหม่ ต้องปรับตัวเข้ากับคนในองค์กรใหม่ ไปเริ่มต้นกับเด็กๆ ใหม่ จินตนาการไม่ออกว่า จะแตกต่างอย่างไรกับที่เป็นอยู่นี้ แต่ผมเชื่อว่า ผมจะได้ประสบการณ์ใหม่ๆ เพิ่มอีกมากมาย มีหน้าที่รับผิดชอบอะไรอีกมาก และผมจะพยายามใช้ประสบการณ์ที่ได้สั่งสมเพื่อทำงานให้เกิดประสิทธิภาพให้มากที่สุด และค้นหาประสบการณ์ใหม่ให้เพิ่มพูนมากยิ่งๆ ขึ้น ๆ ไป

“การสิ้นสุดจาก ศรีกระนวน คือ การเริ่มต้น ของแก่นนครวิทยาลัย”

โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย

 

 

 

Share

Leave a Reply