ปีนี้ผมไปเข้าค่ายลูกเสือครั้งแรก ครั้งแรกของการย้ายโรงเรียนมาที่นี่ครับ แก่นนครวิทยาลัย ผมสอนลูกเสือ ม.1 หลังจากที่ย้ายโรงเรียนได้ไม่นานก็ได้สัมผัสบรรยากาศใหม่ๆ ของการเข้าค่ายลูกเสือของที่นี่ครับ ต้องปรับไปตามสภาพแวดล้อม เขาพาทำอะไรก็ทำตามเขา มีอะไรพอจะช่วยได้ก็ช่วยกันครับ

ปีนี้เป็นบรรยากาศการเดินทางไปต่างอำเภอ “ค่ายลูกเสือเขาสวนกวาง” ตั้งอยู่ที่สวนสัตว์เขาสวนกวางห่างจากตัวเมืองไม่มากนัก การเดินทางไปค่ายครั้งนี้เราเดินทางไปด้วยรถไฟ ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะนักเรียนหลายคนไม่เคยขึ้นรถไฟมาก่อน จึงทำให้ตื่นเต้นเป็นธรรมดา

ไปรอรับนักเรียนที่สถานีรถไฟขอนแก่น

แต่รถไฟก็ไม่ได้มาตามเวลาซะทีเดียว เพราะขาไปและกลับรถไฟช้าประมาณ 1 ชั่วโมง นักเรียนต้องนั่งรอที่สถานี แต่ได้บรรยากาศไปอีกแบบ บ้างก็จับกลุ่มคุยกัน นั่งตามร่มไม้เป็นกลุ่มๆ เปิดเพลงฟัง นั่งคุยกัน รอรถไฟ เด็กๆ ก็ได้ฝึกความอดทนไปในตัว แม้จะซุกซน เสียงดังไปบ้างก็ตามประสาเด็กที่ได้ออกค่าย

เมื่อขึ้นรถไฟแล้วไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ ต้องลำบากนั่งเบียดๆ กันหน่อย บ้างก็ได้ยืน เวลามีคนเดินถือของมาขาย ปิ้งไก่ น้ำเย็น ถั่ว มะม่วงมัน ถ้ายืนอยู่กลางลำรถ จำเป็นต้องหลบทางให้เขาอยู่ตลอด ทำให้เด็กๆ เห็นบรรยากาศที่หลายคนไม่เคยเห็นและสัมผัสมาก่อน ผมคิดว่าเช่นนั้น เพราะนักเรียนส่วนใหญ่ไม่เคยขึ้นรถไฟมาก่อน น่าจะเป็นสิ่งที่หลายคนตื่นเต้นมากเลยทีเดียว

บรรยากาศบนรถไฟ

ออกเดินทางจากสถานีขอนแก่นเวลาประมาณ 10.00 น. ถึงสถานีเขาสวนกวางประมาณ 11.00 น. แล้วเดินทางไกลเป็นฐานแรก เด็กๆ ต้องเดินทางขึ้นไปที่สวนสัตว์ ใช้เวลาถึงสวนสัตว์เวลาประมาณ 13.00 น. กินข้าวเที่ยงและมีกิจกรรมเปิดกอง ถวายราชสดุดี

เป็นผู้กำกับลูกเสือ ในกิจกรรมเปิดกองลูกเสือ

ในค่ายลูกเสือครั้งนี้ มีวิทยากรจากภายนอกมาจัดกิจกรรมให้เป็นส่วนใหญ่ พวกเรามีหน้าที่ในการช่วยดูแลเด็ก พยาบาล เช็คชื่อ นัดหมาย ตรวจสอบความเรียบร้อย บ่ายๆ มีฐานผจญภัย เด็กๆ ต้องเข้าไปผจญภัยในป่า มีฐานต่างๆ มากมาย ผมเดินไปดูอยู่ห่างๆ แถวๆ สกายวอล์ก เด็กๆ ดูมีความสุขดีกับกิจกรรมฐานผจญภัยที่วิทยากรจัดให้ ฐานจะเวียนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเย็น

ตอนเย็นมีกิจกรรมไคล์แม็กของงานนี้ คือ “รอบกองไฟ” โดยวิทยากรที่ผมเคยไปอบรม A.T.C. ที่ค่ายลูกเสือชั่วคราวโรงเรียนบัวใหญ่เมื่อหลายปีก่อน ผมจำได้ ครูทองแดงจากโรงเรียนน้ำพองพัฒน์ วันนี้ผมถือโอกาสเป็นแขกนั่งดูพิธีรอบกองไฟจากวิทยากรมืออาชีพเหล่านี้ เลยได้ถือโอกาสทบทวนขั้นตอนการรอบกองไฟ เท่าที่จำขั้นตอนได้ก็เป็นดังนี้ครับ….

ตอนแรกก็เป็นการวอร์มนักเรียนด้วยกิจกรรมปรบมือ ร้องเพลง เพื่อจัดที่นั่งและเรียกความพร้อม จากนั้นก็เรียกซูลูมาเพื่อจุดไฟ ซูลูวนทักษิณาทิศ คือ วนไปทางขวามือของตัวเอง รอบกองไฟ 3 รอบแล้วจุดไฟ

ประธานและผู้ติดตาม ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับวิทยากรนำกล่าวฟู พร้อมกัน 3 ครั้ง ร้องเพลงสยามานุสติ และมาร์ชแก่นนคร

แล้วประธานเดินออกไปหน้ากองไฟ กล่าวเปิดว่า “จากทิศเหนือ ถึงทิศใต้ ทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตก…. กล่าวไปเรื่อยๆ จนจบและกล่าวเปิด”

วิทยากร แนะนำ ประธาน และผู้ติดตามให้ลูกเสือรู้ว่าเป็นใคร

โห่ 3 ลา นางรำพร้อมกันด้านขวาของเวที รำไปรอบกองไฟเวียนขวาเช่นกัน 3 รอบ จบเพลง รำวง มอบมาลัยและพุ่มสลากให้ประธาน จากนั้นนางรำก็ควงประธานและแขกทุกๆ คนรำรอบกองไฟ อีก 3 รอบ

รอบกองไฟ ลูกเสือ
นางรำกำลังรำรอบกองไฟ

เมื่อเข้าที่แล้ววิทยากรก็รองเพลงปรบมือเตรียมความพร้อมและจับสลากการแสดง ไปเรื่อยๆ สลับกับการเล่นเกมบ้าง หรือร้องเพลงบ้าง จนกระทั่งแสดงจนจบ ก็มอบรางวัลการแสดงทันที จากนั้นก็ร้องเพลงช้า 1 เพลง ตามด้วยสามัคคีชุมนุม แล้วก็สวดมนต์ไหว้พระ วันนี้การแสดงมีหลายกลุ่ม ทำให้เวลาล่วงเลยกำหนดการจาก 4 ทุ่มเป็น 5 ทุ่ม

เด็กๆ เตรียมการแสดงมาอย่างดี เป็นละครที่แสดงแล้วให้ข้อคิดสมวัยของเด็กๆ เช่น หนูน้อยหมวกแดง เด็กเลี้ยงแกะ เป็นต้น หลายคนแสดงความเป็นผู้นำให้เราเห็นถึงการเป็นผู้กำกับ เป็นตัวประกอบ จากที่นั่งดูเห็นแล้วก็เห็นถึงความทุ่มเทของเด็กๆ มาก เขาเตรียมตัวมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ บางคนเตรียมชุดมาอย่างดี มีร้องเท้า มีอุปกรณ์ครบ แสดงถึงความตั้งใจจริง แม้ว่าจะแสดงตะคุกตะคักไปบ้าง แต่ก็เป็นไปตามวัยของเด็กๆ เขากล้าพูดกล้าแสดงออกขนาดนี้ถือว่าประสบความสำเร็จมากๆ

การแสดงรอบกองไฟ ลูกเสือ

ก่อนการแสดงแต่ละชุด หลังจับสลากแล้ว กลุ่มหรือกองที่ได้แสดงต้องยืนขึ้น หัวหน้าก้าวออกมาด้านหน้า 1 ก้าว แล้วทำวันทยาวุธ หันหน้าไปทางประธาน ประธานยืนวันทยาหัตรับ แล้วหัวหน้าลูกเสือกลับเข้าที่ ลูกเสือที่เป็นนักแสดงวิ่งไปยังด้านหลังเพื่อเตรียมการแสดง ขณะนั้นวิทยากรต้องรองเพลงรอสักครู่

เมื่อแสดงเสร็จ ทุกกลุ่มยกเว้นกลุ่มที่แสดง ต้องยืนขึ้น ผู้นำกล่าวคำชมเชย โดยพูดว่า เรามากล่าวคำชมเชย ให้กับลูกเสือกลุ่มที่ …. ด้วยคำว่า ….. พร้อมกัน 3 ครั้ง 1-2-3 …เสร็จแล้วนั่งลง ลูกเสือกลุ่มที่แสดงยืนขึ้น มือขวาทับมือซ้ายโค้งรับ แล้วพูดพร้อมกันว่า …. ทำเพียง 1 ครั้ง

หลังจากที่พิธีรอบกองไฟเสร็จสิ้นแล้ว ลูกเสือเนตรนารี ก็เข้านอนวันนี้ลูกเสือนอนเต้นท์ และเนตรนารีนอนเรือนนอนเป็นหลังๆ

รุ่งเช้า ทำพิธีเปิดกอง ลูกเสือเข้าแถวครึ่งวงกลมล้อมรอบเสาธง ชักธงชาติ สวดมนต์ สงบนิ่ง ผู้กำกับพบปะลูกเสือ แล้วก็แยกไปรอกิจกรรม How do you do

กิจกรรมนี้เป็นการทำภารกิจไปเป็นทีมละ 3 คน เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ผมได้เป็นวิทยากรช่วยกิจกรรม ทำเสียงสัตว์พร้อมท่าประกอบ ส่วนใหญ่เด็กๆ เลือกสัตว์ปีก เป็น ไก่ นก เพราะทำท่าทางได้ง่ายๆ

เสร็จกิจกรรมมีการมอบของรางวัลให้กับทีมที่ชนะ เสร็จแล้วทำพิธีปิดกอง เตรียมตัวกลับบ้าน โดยมีรถรางมารับลูกเสือเพื่อไปรอที่สถานีรถไฟ วันนี้รถไฟช้าจากกำหนดการไป 1 ชั่วโมงเช่นเดิม ทุกคนเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ

ขณะรอรถไฟมารับกลับบ้านผมได้นั่งคุยกับลูกเสือ เนตรนารีกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง เป็นเรื่องละครที่แสดงรอบกองไฟของเมื่อคืน จึงเห็นความตั้งใจของเด็กๆ เขามีความคาดหวังและตั้งใจสูงมากในการแสดง เรื่องไหนเป็นที่จดจำใครแสดงดี ไม่ดีอย่างไรก็จดจำได้หมด ข้อดี ข้อเสียของตัวเอง การเตรียมตัวก็ได้พูดถึง ทำให้ผมสรุปการเข้าค่ายครั้งนี้โดยอุปนัยได้ว่า กิจกรรมนี้ได้บรรลุวัตถุประสงค์ในเรื่องการสร้างความเป็นผู้นำให้กับลูกเสือ เขาจะได้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นผู้นำคนในอนาคต กล้าคิด และกล้าทำ ถือว่าเป็นการเข้าค่ายที่คุ้มค่าครับ บรรยากาศทุกอย่างอาจแตกต่างกับสถานที่ที่ผมเคยสัมผัสจากโรงเรียนเดิม แต่วัตถุประสงค์ของการเข้าค่ายนี้ยังคงเป็นเหมือนกัน นั่นคือสร้างเด็ก ๆ ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เข้มแข็ง เป็นผู้นำ กล้าแสดงออก รู้จักความอดทน เข้าอกเข้าใจคนอื่น เขาจะได้มีภูมิคุ้มกันในตัวเองต่อไปในภายภาคหน้า

นั่งรถไฟ ไปเข้าค่ายลูกเสือ
กลับบ้านกันแล้วน้าาาา

Share

Leave a Reply