เที่ยวเมืองกรุงครั้งแรกของปี 61

วันนี้ผมเข้าเมืองกรุงอีกแล้วครับ จริงๆแล้วเคยเข้ามาหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้มาเพื่ออบรมเกี่ยวกับ wordpress ในวันพรุ่งนี้ครับ

เมื่อบินมาถึงตั้งแต่ตอนบ่ายโมง ทำให้ผมกับแฟนมีเวลาไปเที่ยวกันครับ

เราสองคนมากรุงเทพบ่อย ปีที่แล้วเรามาหลายครั้งเลย ทำให้เราค่อนข้างไม่กลัวกรุงเทพอีกต่อไป

โดยเฉพาะแฟนของผมจะชำนาญเรื่องการเดินทางในเมืองกรุงมากครับ เพราะเธอชอบเดินทางไปเที่ยวต่างถิ่นและถนัดการเอาตัวรอดด้วยแอฟพลิเคชั่นต่างๆได้เป็นอย่างดี

เมื่อมาถึง เราก็เปิด wongnai แอฟค้นของของกินชาญฉลาด เพื่อเลือกว่าจะกินอะไรอร่อยๆ ดี เราเจอร้านก๋วยเตี๋ยวลุงประตูน้ำ ครับ เดินข้ามสะพานจากโรงแรมบางกอกซีตี้อิน เข้าไปในตรอกเล็กๆ เราเจอร้านก๋วยเตี๋ยว ลองชิมเมนู เส้นเล็กหมูน้ำตก ไม่ผิดหวัง เสียอย่างเดียวมันได้น้อยไปหน่อย เราไม่อิ่มแน่ๆ

ชามละ 25 บาทเองครับ ทำให้เราไม่ได้ถึงครึ่งท้อง แต่รสชาดอร่อยใช้ได้เลย เราเดินต่อไป ทะลุถนนใหญ่ เดินเรียบไปนิดเดียว เราเจอร้านข้าวมันไก่ เมื่อเห็นคนเยอะ เราก็คาดเดาว่าอร่อยแน่ๆ เลย

เราโชคดีมากที่มีโต๊ะว่างพอดี หลังจากเดินกลับมา ตอนแรกคิดว่าจะไม่กินแล้ว เพราะคิวเยอะมาก ชื่อร้านคือ ข้าวมันไก่ ก่วงเฮง แล้วก็อร่อยจริงๆ ด้วยครับ เรากินกับสเต๊กหมู แบบว่า ฟินเลย อร่อยมาก

จากนั้นเราเดินเรียบคลองไป เห็นเรือ แฟนผมอยากขึ้นเรือลองดูสักครั้ง เพราะมาหลายครั้งเห็นคนขึ้นเรือ เราจึงลองขึ้นดูสักครั้ง คนเยอะมากเต็มเรือเลย ในคลองแสนแสบ พอขับไปสักพัก เริ่มได้กลิ่นหอมๆ จากคลองแสนแสบจนเราสองคนมองหน้ากัน โอ้ว มันกลิ่นดีจริงๆ เลยครับ

ที่แย่ไปกว่านั้นเวลาเรือจอดเทียบท่า มันจะมีกลิ่นหอมๆ จากควันเรือฟ้งกระจายเข้ามาด้านหลัง แบบว่านะ สุดๆ ไปเลย ตอนแรกกะจะชมวิวเรียบคลองไปจนสุดสายด้วยเงิน 20 บาท แต่ทว่า เราไม่ไหวแล้ว ทั้งกลิ่นน้ำคลอง และกลิ่นนำมันเรือ ทำให้เราต้องตัดสินใจลงจากเรือกลางทาง แบบไม่ต้องสนใจว่าปลายทางจะถึงตอนไหน

พอขึ้นมาจากเรือ เราก็เดินเรียบถนนไปเรื่อยๆ กะจะนั่งรถเมล์กลับไป แต่เรามาหยุดอยู่หน้าป้ายรถเมล์ เรามองเห็นป้ายไวนิลติดอยู่ บอกว่า whale  shark book cafe เป็นร้านขายหนังสือด้วย และขายกาแฟด้วย

ไม่รอช้า เราค้นดูว่าร้านนี้มันเกี่ยวกับอะไร แต่ข้อมูล ณ ตอนนี้ไม่ค่อยมีเท่่าไรนัก เราก็เลยตัดสินใจขึ้นไปลองดู ที่ star theater เหมือนเป็นโรงละครอะไรซักอย่างครับ

เมื่อเข้าไปแล้ว มีลูกค้าเพียงคนเดียว ในนั้นมีเก้าอี้และโต๊ะนั่งอย่างดี บรรยากาศเงียบสงบดีมาก เราสั่งกาแฟมากิน และขนม รสชาดไม่เลวครับ อร่อยดี แถมได้อ่านหนังสือไปด้วย แม้ว่าเราจะไม่ได้ซื้อหนังสือสักเล่มเลย แต่เราก็อุดหนุนค่ากาแฟกับขนมไป 100 บาทถ้วนพอดีครับ

เป็นไอเดียที่ดีนะเปิดร้านกาแฟ กับร้านหนังสือเป็นร้านเดียวกัน เป็นความคิดหนึ่งของผมที่เคยคิดไว้ว่าสักวันจะทำแบบนี้ แม้จะได้มีลูกค้าชุกชุม แต่เจ้าของคนจะมีความสุขไม่น้อย เพราะอย่างน้อยคงทำในสิ่งที่รัก

ผมเป็นคนชอบกินกาแฟ และชอบอ่านหนังสือด้วยครับ ทำให้การหลงมาครั้งนี้ ไม่ผิดหวังเลย

หลังจากนั้นเราก็เดินทางกลับที่พัก  ระหว่างทางเราก็อยากไปเดินชิวๆ สักแห่ง แฟนของผมก็เลยพาไปที่ห้างแห่งหนึ่งชื่อ The Street เป็นห้างขายสินค้าแนวๆ ไอเดีย และส่วนใหญ่มีร้านกาแฟ 24 ชั่วโมงอยู่หลายร้านเลย

ออกจากห้างเราเดินไปเจอตลาดรถไฟรัชดา ผมได้เข็มขัดเส้นใหม่จากที่นี่มาเส้นหนึ่งครับ ราคา 390 บาท จ่ายผ่าน QR code ซะด้วยนับว่าเป็นการใช้จ่ายผ่านเทคโนโลยีแล้วทุกวันนี้ ส่วนแฟนผมก็ชุดกีฬามาครับ

ออกจากตลาดรถไฟเราเดินลัดเข้าห้าง แต่เห็นคนเยอะมากจึงอยากรู้ว่าเขาทำอะไรกัน จึงเดินเข้าไปดู ปรากฏเขากำลังมุงถ่ายรูปดอกทิวลิปกันในห้าง เขาเอามาจัดแสดงไว้เป็นดอกไม้จริง สวยงามมาก เราก็ได้แชะภาพมาหลายภาพเลยครับ

เราก็นั่งรถไฟฟ้า MRT กลับ แล้วต่อด้วยรถเมล์อีกที จนมาถึงย่านที่พัก ประตูน้ำครับ ขากลับเรายังแวะซื้อหมูสเต๊ะจากร้าน ก่วงเฮง มากินอีกรอบเพราะติดใจในรสชาด

จากนั้นก็เข้าที่พัก เตรียมตัวสำหรับการเข้าอบรมในวันพรุ่งนี้ครับ

ใส่ความเห็น