เมื่อถึงวันที่ ม.6 ต้องลา

ผมจบมานานแล้วครับ สำหรับชีวิตช่วง ม.ปลาย ตอนนี้มาสอน ม.ปลายแทนแล้วครับ

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ ม.6 กำลังจะออกจากโรงเรียน

คงเหงาไม่น้อยเลยครับ

ความรู้สึกคงจะแบบว่า ไม่ค่อยอยากเรียนเท่าไรเลยนะ อยากได้ของขวัญจากเพื่อนๆ

ถ้าเป็นแต่ก่อน ก็คงจะเห็นเขียนสมุดเล่มๆหนึ่งให้กันชื่อว่า “เฟรนชิฟ”

ก็จะเขียนชื่อ ที่อยู่ และความรู้สึก หรืออะไรก็ได้ที่อยากจะบอก

จำได้ว่าตอนนั้นเขียนจนมือหงิก ถ้าเป็นเพื่อนสนิทจะเขียนเยอะเลย บางครั้งเอากลับไปเขียนให้ที่บ้านเลย แล้วก็ติดรูปให้ด้วย

เฟรนชิฟของผม มันหายไปนานแล้วครับ ไม่รู้ว่าหายไปตอนไหน หาก็ไม่เจอ ถ้าเจอคงจะคิดถึงเพื่อนมากๆ เพราะบางคนไม่ได้เจอกันอีกเลย ไม่รู้ไปอยู่แห่งหนไหนแล้ว

ปัจจุบันมีเฟสบุ๊กเข้ามา ทำให้เราได้ติดตามเพื่อนเก่าๆ อยู่บ้าง

เมื่อ ม.6  ต้องออกไปเผชิญโลกอีกใบหนึ่งที่ไม่ได้มีกรอบระเบียบและพื้นที่น้อยๆ อีกแล้ว

บางคนก็เลือกจะมีหนทางเดินของตัวเอง เช่น การออกไปหางานทำ การไปช่วยธุรกิจของพ่อแม่ และหลายคนคงจะคิดถึงรั้วมหาวิทยาลัย

แต่สุดท้ายแล้ว หลายคนก็จะได้กลับมาถามสารทุกข์สุขดิบกันตอนเพื่อนๆ แต่งงาน หรือนัดพบกันเป็นกลุ่มย่อยๆ แล้วแต่โอกาส

ชีวิตของมัธยมนั้น ผมว่ามันช่างสนุกเหลือเกิน แม้ว่าจะเป็นเด็กเรียน อ่านหนังสือเยอะ แต่เราก็ยังมีเพื่อนๆ มีแก็งที่เล่นๆ มาด้วยกัน

บางคนไม่ได้สนิทตอนเรียน แต่มาสนิทตอนทำงาน

บางคนเรียนมาด้วยกัน แล้วยังได้มาทำงานด้วยกันอีก

คงจะเป็นช่วงต่ออีกช่วงหนึ่งของชีวิตครับ เพราะเราเข้ามาเรียนหนังสือในโรงเรียนอย่างน้อยก็ 3 ปี บางคนอาจถึง 6 ปี คงได้มีเพื่อนสนิทอยู่บ้างไม่มากก็น้อยละ

ถ้าได้จากกันไปคนละทิศทางแบบนี้ ก็คงจะคิดถึงกันไม่น้อยเลยนะ

แต่ให้รู้ไว้เลยว่า

 การสิ้นสุดของสิ่งหนึ่ง คือการเริ่มต้นของสิ่งใหม่เสมอ

 

 

 


Comments

Leave a Reply