เริ่ม “ออมเงิน” กัน

จะว่าไปแล้วเมื่ออายุเริ่มมากขึ้น เรื่องเงินเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องวางแผน สัญญาณที่ว่าเราจะต้องวางแผนคือ ขณะที่เราทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน เรารู้สึกว่าเราเก็บเงินออมได้หรือไม่ ได้เท่าไหร่ และได้ระยะยาวเท่าไหร่

ถ้าเราถามตัวเองได้ดังนั้น แล้วพบว่า ตัวเองหมุนเงินเดือนชนเดือน แทบไม่มีเงินเก็บแล้วละก็ วันนี้ครับเป็นวันที่ผมจะมาชวนคุณเริ่มเรื่องเก็บเงินกันสักทีครับ

ที่จะมาชวนทำก็เพราะเหตุว่า ผมเริ่มจะเก็บเงินจริงๆจังๆ มาได้ประมาณเกือบสองปี บางคนอาจจะบอกว่าแค่เก็บได้สองปีจะมาสอนเก็บเงินแล้วหรอ ทำไมไม่เก็บให้ได้เป็นล้านก่อนค่อยมาสอนละ

แม้ว่าผมจะไม่ได้เก็บเงินถึงล้านแรก แต่ตอนนี้ผมยังพอมองเห็นอนาคตในเรื่องนี้ อย่างน้อยผมมีความตระหนักมากขึ้นกว่าเดิม การกินอยู่ก็เหมือนเดิมทุกอย่าง แต่การกินอยู่ผมคิดว่าเราไม่ค่อยประหยัดจนเกินไป ควรเลือกกินของที่ดีและมาพร้อมกับสุขภาพ เพราะที่เราหาเงินทุกวันนี้ได้ก็เพราะร่างกายและจิตใจแข็งแรงเราถึงจะมีแรงหาเงิน

การเก็บออมเงินนั้นมันก็มีทฤษฎีหลายๆอัน แต่ไม่ต้องศึกษามันเราก็พอเดาได้ว่าจะเก็บเดือนละเท่าไหร่ถึงจะมีเงินเก็บเท่านั้น เท่านี้

แต่ก่อนสำหรับผมนั้น mind set เรื่องนี้ผมไม่ค่อยจะคิดเรื่องเก็บเงินในหัวเลยนะ อาจจะมีเก็บในกระปุกออมสินบ้าง แต่ละปีก็มีแต่เงินเหรียญไม่ได้เอาไปใช้อะไรที่ไหน และอาจมีฝากธนาคารบ้างเล็กๆ น้อยๆ แต่ที่เห็นผลจริงๆ ตอนเรียนนั้นผมเก็บออมใส่ธนาคารไทยพาณิชย์ไว้จนได้เงินก้อนหนึ่งแล้วไปซื้อโน๊ตบุ๊กเครื่องหนึ่งเลยตอนนั้นมันแพงมาก แต่ก็ได้โน๊ตบุ๊กตัวนั้นเพื่อทำงานและเรียนหลายปีเลยละ นั่นเป็นประโยชน์ที่พอจะนึกออกเรื่องเงินเก็บอยู่บ้าง ส่วนก้อนที่สองตอนเรียนจบผมเอาไปช่วยดาวน์บ้านเอื้ออาทรหลังเล็กๆหลังหนึ่งทำให้มีโอกาสได้บ้านหลังเล็กๆ เป็นของตัวเองตั้งแต่ตอนเรียนจบแล้วบ้านหลังนั้นก็เป็นสมบัติเราผมกับภรรยามาจนปัจจุบัน ขณะนี้ก็ได้คนมาเช่าเพื่อเอาค่าเช่าเป็นค่าผ่อนบ้านไปโดยปริยาย

หลังจากนั้นมาผมก็ไม่ได้เก็บเงินอีกหลายปีที่ทำงาน อาจจะไม่สะดวกที่จะเก็บด้วยละ จนกระทั่ง 2 ปีที่แล้วผมได้มีโอกาสฟังพอดแคสต์ของคุณหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธ์ ที่แนะนำให้เก็บเงินออมหากต้องการปีละแสนก็ให้ออมประมาณเดือนละ 8 พันบาท หลังจากพอดแคสต์นั้นเสร็จ ผมบอกกับภรรยาว่า เราจะพยายามหาเงินมาออมให้ได้ เบื้องต้นเราจะแบ่งกันออมกันคนละ 4 พันบาท

เราฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ มาได้ กันเงินออกมาออมกันคนละ 4 พันบาทต่อเดือน ตอนแรกๆ เป็นเรื่องที่ทำยากมาก เพราะเราไม่เคยออมเงินเยอะขนาดนี้มาก่อน ก็ติดๆ ขัดๆ อยู่ตอนเริ่มต้น 4 – 5 เดือนแรกก็คิดว่าจะเลิกออมกันแล้วเพราะไม่ไหว แต่สุดท้ายเราสองสามีภรรยาก็ฮึดสู้จนสำเร็จไปปีแรก

เราสองคนมีเงินออม เดือนละ 8 พันจนกระทั่งเดือนที่ 10 รวมเป็นเงิน 80,000 บาท ถ้าเดือนที่ 11 และ 12 เราออมเพิ่มอีกเป็นคนละ 5000 พัน เราจะมีเงินเมื่อครบปี 1 แสนบาทพอดี

เราทำได้ครับปีนั้นเรามีเงินเก็บแสนแรก เป็นความพากภูมิใจว่าเราสามารถเริ่มเก็บออกเงินได้และทำได้สำเร็จตามที่คาดหวังไว้จริงๆ เราเอาเงินที่ได้แสนแรกไปฝากสหกรณ์ออมทรัพย์ที่จะให้ปันผลดอกเบี้ยคืน 4% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าธนาคารที่เราฝากไว้เยอะมาก ดังนั้นเมื่อสิ้นปีอีกปีหนึ่งเราจะสามารถมีเงินที่ได้จากการทำงานตรงนี้อีก 4 พันบาทเลยทีเดียว นี่เป็นอานุภาพของเงินทำเงินที่ได้ผลแน่นอนที่สุด

ปีนี้เรายังคงเก็บเงินต่อครับ ผมกับภรรยาตกลงกันว่าจะออมเพิ่มเป็นคนละ 5 พันบาทในปีนี้ ตอนนี้ก็เดือนเมษายน จะเข้าพฤษภาคมแล้ว เราก็ออมกันมาได้ครบไม่ตกหล่นเลยครับ

บางคนอาจจะสงสัยว่า หากเราไม่ได้มีเงินเดือนหรือบางคนเงินเดือนก็ถูกหักไปเกือบหมดแล้วเราจะออมเงินได้ยังไง นี่คงจะเป็นปัญหาสำหรับใครหลายคนที่กำลังคิดจะออมอยู่ใช่ไหมละครับ

ความจริงก็คือว่า ผมไม่ได้มีเงินเดือนเหลือเต็มขนาดนั้น แต่ผมก็สามารถทำได้เพราะไม่ได้ทำแค่อาชีพเดียวครับ ผมก็พยายามหารายได้เสริมอย่างอื่นเข้ามาจุนเจือส่วนนี้ และทำควบคู่กับงานประจำมาตลอดแบบให้ได้เสียการเสียงานแต่อย่างใด

คำถามต่อไปคือเมื่อเก็บเงินแบบนี้ไปเรื่อยๆ แล้วจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน อันนี้มันแล้วแต่บุคคลเลยนะครับสำหรับผมคือการวางแผนเพื่อเกษียณอายุ หรือเป็นเป็นทุนเพื่อทำอะไรสักอย่างในอนาคตเมื่อโอกาสวิ่งเข้ามาเราพอมีเงินเก็บเราก็จะสามารถคว้าโอกาสนั้นไว้ได้ครับ

แต่เก็บเงินยังมีอีกหลายวิธีที่สามารถทำได้ เก็บเงินแบบเล็กๆ น้อยๆ ก็ทำให้มีพลังเมื่อมันสะสมอย่างต่อเนื่องมากขึ้นเรื่อยๆ ปีนี้ผมเริ่มเก็บจากเลข 3 ตัวท้ายของหวยทุกงวด เมื่อหวยออกจะต้องโอนเงินไปเก็บตามเลขนั้นๆ อันนี้ก็สนุกดี 1 เดือนก็ได้เก็บเงิน 2 ครั้ง แทนที่เราจะเอาเงินไปซื้อหวย แต่ผมจะใช้วิธีการเก็บเงินตามงวดของหวยแทนครับ

อีกวิธีที่ใช้แล้วก็เวิคอีกเช่นกันคือ การเก็บแบงค์พิเศษทุกครั้งที่เห็นแบงค์ 50 ก็เก็บๆ ไว้ส่วนลึกของในกระเป๋าเพื่อได้เยอะหน่อยก็เอาไปฝากไว้ครับ

การเก็บออมเงินนั้น หากเราไม่ได้เริ่มและคิดแต่เพียงว่าจะเริ่ม มันจะมีค่าเท่ากับเราไม่คิดจะเริ่มนั้นเองครับ เพราะฉะนั้นอย่ารอช้า อายุคุณเพิ่มขึ้นทุกปีโดยอัตโนมัติหากไม่เริ่มคุณจะไม่มีวันได้เริ่มเก็บครับ … ขอให้โชคดีในการเก็บออมเงินครับ

ใส่ความเห็น